HomeBitcoin CashBitcoin Cash ราคา
Bitcoin Cash logo
Bitcoin Cash กับ eToro

ดัชนีราคา Bitcoin Cash - กราฟราคาตามเวลาจริง

Bitcoin Cash logo
Bitcoin Cash (BCH)
...
เปลี่ยน 24 ชม.
...
เปลี่ยน 7 วัน
...
มูลค่าตามราคาตลาด
...
ผู้เขียน: Ashish Sood

บิทคอยน์แคชคืออีกหนึ่งสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer to peer ที่มีเป้าหมายในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคและผู้ขายในการรับ-จ่ายเงินโดยไม่ดีเลย์หรือมีค่าธรรมเนียมที่สูง บิทคอยน์แคชมีตัวย่อเป็น BCH เป็นเหรียญที่มีลักษณะกระจายอำนาจ ทั้งยังเป็นสกุลเงินดิจิตัลที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตและไม่ต้องพึ่งพาธนาคาร รัฐบาล หรือองค์กรกลางใดใด

ความแตกต่างของบิทคอยน์แคชกับเงินปกติทั่วไปคือเงินถูกผลิตโดยรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา นำไปสู่การลดลงของมูลค่าและเงินเฟ้อ ในทางตรงกันข้าม บิทคอยน์แคชจำกัดจำนวนเหรียญไว้ที่ 21 ล้านเหรียญเพื่อเป็นการประกันเสถียรภาพในระยะยาว เมื่อใช้บิทคอยน์แคช คุณจะมีอิสรภาพในการส่งเงินให้ใครก็ได้ในทุกที่ทั่วโลกเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีการขออนุญาตหรืออนุมัติไม่ว่าธุรกรรมจะมีมูลค่าสูงเท่าใด เครือข่ายบล็อกเชนนี้ทำงานตลอดเวลาโดยไม่มีการหยุด

ทำไมจึงมีการสร้างบิทคอยน์แคชขึ้น?

ในขณะที่บิทคอยน์ได้รับความนิยม ราคาของเหรียญไม่เพียงแต่ทะยานขึ้นเท่านั้นแต่ยังมีความผันผวนมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้บิทคอยน์ถูกจัดอยู่ในฐานะสินทรัพย์มากกว่าจะเป็นสกุลเงินทางเลือก บล็อกเชนบิทคอยน์จึงล้มเหลวในแง่ของขนาดที่ไม่สอดคล้องกับการโตขึ้นของจำนวนการทำธุรกรรม ส่งผลให้เกิดการดีเลย์และค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น โดยปัญหาทั้งหมดนี้เกิดจากขนาดของบล็อกบิทคอยน์ที่รองรับการทำธุรกรรมได้สูงสุดเพียง 1MB ดังนั้นแต่ละธุรกรรมต้องเรียงคิวเพื่อรอการรับรองเพราะบล็อกขนาดเล็กไม่สามารถรองรับการทำธุรกรรมในปริมาณมากพร้อม ๆ กับการรักษาความเร็วของการดำเนินการได้

บิทคอยน์แคชพยายามหาวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการเพิ่มขนาดของบล็อกจาก 1MB เป็น 8MB ถึง 32MB สามารถรองรับจำนวนการทำธุรกรรมที่เพิ่มมากขึ้นเปิดโอกาสให้นักขุดสามารถยืนยันและดำเนินการธุรกรรมได้มากขึ้นโดยบิทคอยน์แคชสามารถรองรับ 25,000 ธุรกรรมต่อหนึ่งบล็อกในขณะที่บิทคอยน์รองรับได้แค่เพียง 1,000 ถึง 1,500 เท่านั้น ทำให้บิทคอยน์แคชเหมาะจะเป็นระบบการชำระเงินมากกว่าการจะเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน

บิทคอยน์แคชทำงานอย่างไรและใช้เทคโนโลยีใดในการขับเคลื่อน?

นอกเหนือจากความแตกต่างทางความคิดและขนาดของบล็อกแล้ว บิทคอยน์แคชและบิทคอยน์นั้นมีความคล้ายคลึงกันในวิธีการทำงานเนื่องจากทั้งคู่ใช้เครือข่าย peer to peer ของคอมพิวเตอร์หรือโหนดที่ขับเคลื่อนด้วยความช่วยเหลือของนักขุดที่ทำหน้าที่ยืนยันการทำธุรกรรมแลกกับผลตอบแทนหรือใช้ฉันทามติ Proof of Work (PoW) ในการขุดเหรียญใหม่ ๆ ที่มีการจำกัดจำนวนอยู่ที่ 21 ล้าน ในอดีตที่ผ่านมาอัลกอริธึมของบิทคอยน์แคชถูกใช้เพื่อทำให้การขุดเหรียญมีความยากมากขึ้นหลังจากผ่านบล็อกที่ 2016 มาแล้ว แต่ไม่นานมานี้นักพัฒนาทำให้กระบวนการขุดเหรียญง่ายขึ้นเนื่ิองจากนักขุดเริ่มหันไปหาเหรียญบิทคอยน์

นอกจากนี้บิทคอยน์แคชยังใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหล่านักพัฒนาเรียกว่าวิธีแยกพยาน (Segregated Witness หรือ SegWit) ซึ่งเสนอวิธีการเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ แยกกันนอกบล็อกแทนที่จะเก็บทุกข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมรวมไว้ในที่เดียว โดยวิธีนี้เป็นการเปิดโอกาสให้บล็อกเชนรองรับการทำธุรกรรมบนบล็อกได้มากขึ้น เป็นการลดเวลาดำเนินการ อย่างไรก็ดีวิธีการนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้สกุลคริปโตเนื่องจากยังต้องรอการพิสูจน์ว่าบล็อกเชนบิทคอยน์แคชจะสามารถรองรับการทำธุรกรรมในปริมาณมากได้จริงหรือไม่

บิทคอยน์แคชมีค่าเท่ากับเงินจริงหรือไม่?

อีกความสามารถหนึ่งของเหรียญบิทคอยน์คือการใช้เป็นช่องทางการชำระเงินได้ โดยเป็นที่ยอมรับในมากกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก หมายความว่าเราสามารถใช้เหรียญชนิดนี้ในการซื้อของออนไลน์ จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านค้าที่ร่วมรายการ ยิ่งไปกว่านั้น บิทคอยน์แคชยังได้รับการยอมรับในฐานะช่องทางการชำระเงินแบบบุคคลที่สาม ทำให้ผู้ใช้บริการ WordPress และผู้สนับสนุนองค์กรต่าง ๆ สามารถบริจาคด้วยบิทคอยน์แคชได้ นอกจากนี้เหรียญยังให้บริการ Point of Sale (POS) กับธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ที่สนใจอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความยืดหยุ่นและความสามารถรอบด้านทั้งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและกลุ่มธุรกิจ แต่บิทคอยน์แคชยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่นักพัฒนาวาดหวังไว้ได้ โดยการที่บิทคอยน์แคชยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ตั้งใจมาจากการที่บิทคอยน์ออริจินัลสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่นำไปสู่การเกิดของบิทคอยน์แคชได้สำเร็จ จึงเป็นเรื่องยากที่บิทคอยน์แคชจะได้รับความนิยมเทียบเท่ากับบิทคอยน์ หรือแม้แต่การได้รับสถานะเป็นสกุลเงินทางเลือกเต็มรูปแบบ 

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์แคช

ค่าธรรมเนียมของการทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์แคช ณ เวลาที่บทความนี้ถูกเขียนอยู่ที่ $0.0048 โดยมูลค่าของเหรียญเคยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2018 อยู่ที่ $0.90 ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมด้วยบิทคอยน์แคชไม่ต่างกับปีก่อน ๆ มากนักโดยขึ้นลงไปมาระหว่าง $0.0040 และ $0.0060 ซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากสถานภาพปัจจุบันของบิทคอยน์แคช ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมยังไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากบล็อกเชนยังไม่ถูกผลักไปถึงขีดจำกัด    

ผู้ใช้ควรรู้ว่าราคาค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมโดยเฉลี่ยมาจากการประเมินราคา ณ เวลาที่นักขุดทำการยืนยันธุรกรรม ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าธรรมเนียมนี้มีมากมาย เช่น ทราฟฟิคของเครือข่ายและจำนวน เป็นต้น นอกจากนี้ตัวกลางแลกเปลี่ยนคริปโต กระเป๋าวอลเล็ท และแพลตฟอร์มกลางแลกเปลี่ยนต่าง ๆ มีการเก็บค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการของตัวเอง โดยราคาขึ้นอยู่กับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ช่องทางการชำระเงิน รวมถึงการพิจารณาว่าเป็นการซื้อหรือขาย

ข้อดีของบิทคอยน์แคชมีอะไรบ้าง?

  • ค่าธรรมเนียมต่ำมาก - บิทคอยน์แคช (BCH) เสนอค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูก ทำให้ผู้ใช้สามารถส่งและรับเงินได้โดยไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับค่าบริการที่สูง 
  • มีความเป็นส่วนตัว - การใช้สกุลเงินคริปโต อาทิ บิทคอยน์แคช ให้อำนาจความเป็นส่วนตัวด้านการเงินกับผู้ใช้อย่างเต็มที่เมื่อเทียบกับสถาบันทางการเงินแบบเดิมที่มีการขอข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เป็นจำนวนมาก
  • โปรโมชั่นเอ็กคลูซีฟ - เนื่องจากบิทคอยน์แคชไม่มีค่าธรรมเนียมบัตร ทำให้ผู้ขายสามารถเสนอเรท ส่วนลด และโปรโมชั่นที่ดีกว่าให้กับผู้ที่ชำระผ่านบิทคอยน์แคชได้
  • การกระจายอำนาจ - บิทคอยน์แคชมีความคล้ายคลึงกับบิทคอยน์และอีเธอเรียมตรงที่สร้างขึ้นบนระบบเครือข่าย peer tp peer ที่กระจายอำนาจ หมายความว่าไม่มีกลุ่มอำนาจใดกลุ่มอำนาจหนึ่งที่มีสิทธิ์ควบคุมสกุลเงินดิจิตัลได้แต่เพียงผู้เดียว 
  • มั่นคง & ปลอดภัย - เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินคริปโตอื่น ๆ ที่มีความผันผวนสูง บิทคอยน์แคชค่อนข้างมีเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เสถียรและปลอดภัยสูง เป็นการป้องกันการเจาะข้อมูลและการสูญหายของสินทรัพย์
  • ธุรกรรมฉับไว - เนื่องจากบิทคอยน์แคชใช้บล็อกที่มีขนาดใหญ่ ทำให้นักขุดสามารถดำเนินการยืนยันธุรกรรมในจำนวนที่มากและเสถียรขึ้นสำหรับผู้ใช้ 
  • โครงสร้างการชำระเงินที่แข็งแกร่ง - ในฐานะที่บิทคอยน์แคชเป็นวิธีการชำระผ่านสกุลเงินคริปโต เป็นช่องทางที่มีความมั่นคง รวดเร็ว สะดวกสบาย และประหยัดสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ขาย

ใช้บิทคอยน์แคชแบบไม่แสดงตัวตนได้หรือไม่?

แม้ว่าสกุลเงินคริปโตอย่างบิทคอยน์แคชจะสามารถให้ความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้ได้ในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับช่องทางการชำระเงินที่ให้บริการโดยสถาบันการเงินอื่น ๆ แต่ผู้ใช้ควรทราบด้วยว่ากิจกรรมทุกชนิดที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตสามารถหาที่มาได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นการเพิ่มระดับการควบคุมการเทรดคริปโตบังคับให้ตัวกลางแลกเปลี่ยนแต่ละที่ต้องขอเอกสารแสดงตัวตนของผู้ใช้ที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อให้เป็นไปตามข้อปฏิบัติว่าด้วยการรู้จักลูกค้า (KYC) และการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) สิ่งนี้นำไปสู่การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการรักษาความเป็นส่วนตัวจึงกลายเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากมากขึ้นในการเทรดคริปโต ถ้าผู้ใช้เลือกใช้บริการเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ในจุดหนึ่งคุณก็จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่มากก็น้อย ยิ่งไปกว่านั้น หลายเว็บไซต์มีการใช้คุ๊กกี้และเครื่องมือการวิเคราะห์อื่น ๆ ในการเก็บข้อมูลเมต้าจากเบราซ์เซอร์ที่คุณใช้ ไอพีแอดเดรส รุ่นของเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ และอื่น ๆ ดังนั้นช่องทางการชำระเงินเดียวที่สามารถให้ระดับความเป็นส่วนตัวหรือความเป็นนิรนามของผู้ใช้ได้มากที่สุดคือการใช้เงินสด

บิทคอยน์แคชปลอดภัยแค่ไหน?

บิทคอยน์แคชใช้เทคโลโนยีบล็อกเชนที่มีความแข็งแกร่งมั่นคง ทำให้การเจาะเข้าไปในระบบแทบจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นธุรกรรมและบันทึกการโอนเงินทั้งหมดของคุณจะไม่สามารถถูกรุกล้ำหรือแก้ไขได้โดยบุคคลได้บุคคลหนึ่งเนื่องจากบล็อกเชนจะต้องใช้มติเอกฉันท์ของผู้ที่ถือโหนดทั้งหมด อีกทั้งการเข้ารหัสคริปโตกราฟฟิกยังเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้กับโครงสร้างการชำระเงินทั้งหมดเพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นคง

ถ้าผู้ใช้ต้องการเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้สูงขึ้นไปอีก สามารถทำได้โดยการใช้กระเป๋าวอลเล็ททั้งแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อเก็บรักษาเหรียญบิทคอยน์แคชที่คุณมีได้ เพราะเมื่อนำไปเทียบกับกระเป๋าวอลเล็ทที่ให้บริการโดยแพลตฟอร์มตัวกลางแลกเปลี่ยนแล้วนั้น กระเป๋าเหล่านี้มีความปลอดภัยในระดับทีี่ดีกว่ามากเนื่องจากมีการเข้ารหัสและการยืนยันตัวตนแบบ 2 ครั้งหรือ (2FA)

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาบิทคอยน์แคช?

ในปัจจุบันยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าทีมพัฒนาใดเป็นผู้รับผิดชอบบิทคอยน์แคช แต่พวกเขาก็มีหน้าที่ครอบคลุมทั้งตัวบล็อกเชนและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ซึ่งโปรเจ็กต์เหล่านี้สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่

สเกลลิ่ง (Scaling) - โปรเจ็กต์เหล่านี้มีจุดประสงค์ในการพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกรรมของบล็อกเชนบิทคอยน์แคชให้ใช้เวลาน้อยลง ได้แก่ Can - การสั่งธุรกรรม การเพิ่มจำนวนบล็อกที่มีความเร็วมากขึ้น ต้นไม่เมตาดาต้า Merklix พันธกรณี UTXCO ลายเซ็นต์ Schnorr และอื่น ๆ

ความสามารถในการใช้งาน (Usability) - โปรเจ็กต์เหล่านี้มีเพื่อเพิ่มศักยภาพของฟังก์ชั่นและความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ใช้และผู้ขาย อีกหนึ่งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือการเพิ่มการยอมรับของตลาดเพื่อให้กลายเป็นมาตรฐานสกุลเงินทางเลือก ซึ่งจะมีโปรเจ็กต์ทั้ง CashAddr Sighash Fee Improvements Pre-consensus Fractional Satoshi และ BEST MONEY 

ความสามารถในการขยายตัว (Extensibility) - โปรเจ็กต์พวกนี้ได้แก่ Basic Opcodes OP_RETURN At 223 bytes OP_CHECKDATASIG New Transaction Format และ TOKEN ECONOMY

นอกจากโปรเจ็กต์ที่กล่าวถึงข้างต้น ยังมีโปรเจ็กต์ที่ใช้โครงสร้างพื้นที่ของบิทคอยน์แคชในการสร้างระบบนิเวศอื่น ๆ ขึ้นมา เช่น Honest Cash Open Bazaar Pompler Awesome Marco Coino Satoshiwall และอื่น ๆ

องค์กรการเงินใดบ้างที่ลงทุนกับบิทคอยน์แคช?

บิทคอยน์แคชถือว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงของสถาบันการเงินแบบเก่าและธนาคารเพราะทีมดูแลเหรียญจะไม่เอาเงินตัวเองเข้าไปเพิ่มมูลค่าในระบบบล็อกเชนหรือโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าบิทคอยน์แคชประสบความสำเร็จในฐานะระบบชำระเงินทางเลือก มันจะเอาชนะสถาบันทางการเงินเจ้าหลัก ๆ ได้อย่างง่ายดาย

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ มักจะประเมินและเฝ้าสังเกตบล็อกเชนบิทคอยน์แคชและสกุลเงินคริปโตที่กระจายอำนาจอื่น ๆ เพื่อสร้างระบบจ่ายเงินที่มีข้อดีที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน เช่น เวลาการดำเนินการที่รวดเร็ว และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกลง เป็นต้น ธนาคารและสถาบันการเงินรายใหญ่ ๆ เหล่านี้ได้แก่ Standard Chartered Goldman Sachs Banco Santander Barclays UBS Citi Bank BNP Paribas SocGen JP Morgan และ Bank of America.

การขุดบิทคอยน์แคช

การขุดบิทคอยน์แคชมีความใกล้เคียงกับการขุดบิทคอยน์ โดยมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย บล็อกที่มีขนาดใหญ่กว่าของบิทคอยน์แคชหมายถึงนักขุดจะต้องใช้ทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์ที่มากขึ้นเพื่อใข้ในการเจาะโจทย์ทางคณิตศาสตร์ แต่มีข้อดีคือคุณจะได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่คุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ริกแบบพิเศษในการขุดบิทคอยน์แคช เราจึงแนะนำให้ใช้เครื่องคิดคำนวณการทำกำไรที่ออกแบบมาสำหรับการขุดคริปโตเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ

แม้ว่าผลตอบแทนที่นักขุดจะได้จากบิทคอยน์แคชนั้นสูงกว่าบิทคอยน์ แต่การขุดบิทคอยน์จะทำกำไรได้มากกว่าส่งผลให้บิทคอยน์แคชลดระดับความยากในการขุดบล็อกเชนของตัวเองเพื่อดึงดูดนักขุด อีกสิ่งที่ควรทราบคือการขุดบิทคอยน์ธรรมดาจะมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมประมาณ $2.5 ในขณะที่บิทคอยน์แคชเก็บไม่ถึงหนึ่งเพนนี ก่อนที่คุณจะเริ่มขุดบิทคอยน์แคช คุณต้องมีกระเป๋าวอลเล็ทที่ปลอดภัยเพื่อใช้เก็บเหรียญที่ขุดได้ 

กระเป๋าบิทคอยน์แคช

กระเป๋าวอลเล็ทสกุลคริปโตมีทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชั่นซอฟต์แวร์และเครื่องมือฮาร์ดแวร์เพื่อเก็บไพรเวทคีย์ที่ใช้เข้าถึงบิทคอยน์แคชและสินทรัพย์ดิจิตัลอื่น ๆ โดยวอลเล็ทเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเก็บกองทุนของคุณให้ปลอดภัยและสะดวกสบายต่อการเทรด ด้านล่างนี้คือกระเป๋าที่คุณสามารถใช้เก็บบิทคอยน์แคชได้

  • กระเป๋าแนะนำ

Bitcoin.com Yenom และ Electron Cash

  • โมบายวอลเล็ท

BRD Copay Jaxx Edge Coinbase Mobi Gemini IF Wallet และ Bitpay

  • เดสท็อปวอลเล็ท

Electron Cash Exodus Bitpay Bitcoin.com และ Badger Wallet

  • กระเป๋าออฟไลน์

Ledger Trezor และ Coldar

  • กระเป๋ากระดาษ

Cash Address WalletGenerator.net และ Bitcoincashnotes.com

บิทคอยน์แคชคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?

เนื่องจากอัตราความผันผวนของเหรียญคริปโตต่าง ๆ รวมทั้งบิทคอยน์แคช ทำให้เราไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ การเทรดคริปโตสามารถทำให้สินทรัพย์สูญทั้งหมดภายในเวลาอันสั้นหรืออาจจะเพิ่มเป็นเท่าตัวในไม่กี่นาที ไม่มีใครจะรู้ได้แน่นอนว่าทิศทางของตลาดจะเคลื่อนไปทางไหน ดังนั้นบิทคอยน์แคชมีทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สูง

เมื่อยอมรับความเสี่ยงที่มากับการเทรดบิทคอยน์แคชแล้ว คุณต้องมีความระมัดระวังด้วย อย่าลงทุนมากกว่าที่จะยอมเสียและคอยติดตามข่าวสารวงการคริปโต แม้ว่าบิทคอยน์แคชจะเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาวเนื่องจากศักยภาพของเหรียญ แต่ถ้าบิทคอยน์ตัวหลักสามารถแก้ไขเกี่ยวกับความช้าและค่าธรรมเนียมได้แล้วล่ะก็ บิทคอยน์แคชอาจจะหมดความสำคัญในที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

  1. ถ้ามองในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสองเหรียญต้องพึ่งพาบล็อกเชนเหมือนกัน แต่บล็อกบิทคอยน์มีความจุมากสุดเพียง 1MB ในขณะที่บิทคอยน์แคชมีขนาดบล็อกที่สูงสุดถึง 32MB
  2. วิธีเก็บเหรียญคริปโตที่ดีที่สุดคือการใช้กระเป๋าวอลเล็ทฮาร์ดแวร์ อาทิ Ledger และ Trezor หรือกระเป๋าซอฟแวร์อย่าง Exodus Electron Cash และ Bitpay
  3. แน่นอน การกระจายอำนาจเป็นกฎพื้นฐานของทั้งสองบล็อกเชน
  4. ความผันผวนของราคาทำให้ยากจะตอบคำถามนี้ คุณจะขุดบิทคอยน์แคชได้จำนวนมากขึ้นเพราะเหรียญชนิดนี้ง่ายต่อการขุด แต่คุณต้องคำนวณความแตกต่างด้านราคาและค่าธรรมเนียมธุรกรรมโดยเฉลี่ยนเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย
  5. บิทคอยน์แคชเป็นช่องทางการชำระเงินในมากกว่า 5,000 ร้านค้าทั่วโลก และทั้งในร้านค้าออนไลน์ คุณสามารถป้อนพื้นที่ของคุณในเว็บไซต์บิทคอยน์แคชเพื่อค้นหาร้านค้าที่รับรองการชำระด้วยบิทคอยน์แคช
  6. เมื่อพิจารณาจากความผันผวนของบิทคอยน์แคชและทรัพยากรที่ยังมีของบิทคอยน์ธรรมดา ทำให้บิทคอยน์แคชมีความไม่แน่นอน เราจึงแนะนำให้ลงทุนเท่าที่คุณจะยอมรับความเสี่ยงได้
  7. เนื่องจากบิทคอยน์ได้รับความนิยมอย่างกระทันหัน ทำให้ความสามารถในการสเกลของบล็อกเชนไม่เพียงพอ ผนวกกับค่าธรรมเนียมและเวลาการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป ทำให้บิทคอยน์กลายเป็นเครื่องมือการลงทุนมากกว่าช่องทางชำระเงิน ดังนั้นบิทคอยน์แคชจึงทำหน้าที่ตรงนี้แทน
  8. เหรียญบิทคอยน์แคชมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ต่ำและเป็นสกุลเงินดิจิตัลที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง
เราใช้คุกกี้เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาส่วนบุคคล จัดเตรียมคุณลักษณะโซเชียลมีเดีย และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับคุณ ในการเรียกดูเว็บไซต์ต่อหรือคลิก "ตกลง ขอบคุณ" แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้