HomeCompareโบรกเกอร์คริปโต
เริ่มการซื้อขาย กับ eToro

โบรกเกอร์ cryptocurrency ที่ดีที่สุดใน 2022

ผู้เขียน: Saad Ullah

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คริปโตเคอร์เรนซีได้แซงหน้าการลงทุนทุกประเภท รวมไปถึงทองคำแท่ง และมีความน่าดึงดูดในการทำกำไรสำหรับผู้คนมากมาย ความซับซ้อนของการทำความเข้าใจในวิธีการทำ

งานของตริปโตเคอร์เรนซี อาจทำให้เขาหันไปทางโบรกเกอร์ ที่สามารถช่วยในการซื้อขายเหรียญดิจิทัลได้ 

ผู้ใช้งานจะต้องประเมินโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซี โดยอ้างอิงจากกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น การรักษาความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งาน และการสนับสนุนลูกค้า หากคุณพบว่า การซื้อหรือการขายสินทรัพย์คริปโตนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณถนัด คุณสามารถดูรายชื่อโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีที่ดีที่สุดในปี 2021 ของเราได้ 

รายชื่อโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีอันดับต้น ๆ ของเรา

ในคู่มือนี้ จะมีรายชื่อของโบรกเกอร์คริปโตที่ดีที่สุดบางรายที่มีอยู่ในปี 2021 โดยโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีแต่ละรายด้านล่างนี้ จะมีประโยชน์ คุณสมบัติและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ระบุไว้ ซึ่งอาจช่วยคุณให้มีแนวคิดที่เป็นธรรมว่าแพลตฟอร์มอะไรที่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับคุณ

1
ฝากขั้นต่ำ
$10
โปรโมชัน
คะแนนจากผู้ใช้
10
เริ่มการซื้อขาย
คำอธิบาย:
วิธีการชำระเงิน
Bank Transfer, โอนเงิน
รายการข้อบังคับทั้งหมด:
CySEC, FCA
2
ฝากขั้นต่ำ
$0
โปรโมชัน
คะแนนจากผู้ใช้
9.3
ไม่มีค่าธรรมเนียมที่ซ่อนอยู่ การซื้อขายทันที ปลอดภัยและโปร่งใส
เริ่มการซื้อขาย
คำอธิบาย:
การแลกเปลี่ยน Crypto ที่ยืนหยัดยาวนานที่สุดในโลก ตั้งแต่ 2011 BitStamp ได้ให้สถานที่ซื้อขายที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ไปกว่าสี่ล้านคนและเป็นพันธมิตรสถาบันที่หลากหลาย
วิธีการชำระเงิน
รายการข้อบังคับทั้งหมด:

โบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีคืออะไร?

โบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีคือ ผู้ที่เสนอประสบการณ์การในการซื้อขายที่ง่าย ที่มีตัวกลางคอยดูแลในทุกขั้นตอน โดยที่ผู้ซื้อทำแค่เพียงฝากเงิน และเลือกสัญญาการซื้อขายคริปโตที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยในคู่มือนี้ จะมีรายชื่อโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีที่ดีที่สุดบางราย พร้อมกับคุณสมบัติและประโยชน์ที่จะได้รับ

โบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีทำงานอย่างไร?

เช่นเดียวกันกับขั้นตอนในการลงทุนคริปโตอื่น ๆ ที่มีขั้นตอนการลงทะเบียนที่จะต้องทำ ก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อขายกับโบรกเกอร์ ให้ลองไปที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณเลือก และไปที่ลงทะเบียนหรือปุ่มลงทะเบียน ซึ่งมักจะอยู่ที่มุมบนขวามือของหน้าหลัก 

ขั้นตอนในการลงทะเบียนจะแตกต่างกันไป แต่โดยมักจะกำหนดสองสิ่งที่ต้องใช้คือ ชื่อและที่อยู่อีเมล เมื่อยืนยันเรียบร้อยแล้ว อีเมลจะถูกส่งโดยโบรกเกอร์ใปยังที่อยู่ที่ได้ใส่ไว้ ซึ่งเป็นขั้นพื้นฐานในการยืนยันว่าเป็นเจ้าของอีเมลที่ได้ให้ไว้จริง ๆ โดยการยืนยันสามารถทำได้ผ่านลิงค์เว็บไซต์ในการยืนยัน 

โบรกเกอร์คริปโตที่มีชื่อเสียง มักจะถามถึงเอกสารภายใต้ข้อบังคับ รู้จักลูกค้าของคุณ (KYC) และการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ซึ่งโบรกเกอร์สามารถเรียกร้องเพื่อการตรวจสอบ KYC/AML ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการลงทะเบียน หรือสอบถามในภายหลังได้ โดยส่วนมากจะขึ้นอยู่กับขอบเขตอำนาจในการตัดสินที่ได้ลงทะเบียนไว้ 

โดยการยืนยันจะแตกต่างกันออกไปจากตำแหน่งที่อยู่ และประเทศ แต่ประเภทของเอกสารที่ต้องการโดยทั่วไปส่วนมากคือ 

  • บัตรประจำตัวประชาชนที่ออกโดยรัฐบาล (ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง และอื่น ๆ) 
  • หลักฐานที่อยู่ (ใบแจ้งหนี้ค่าสาธารณูปโภค สัญญาเช่า และอื่น ๆ) 
  • ที่มาของรายได้ (สลิปเงินเดือน รายการบัญชีเงินฝากธนาคาร)

โบรกเกอร์ยังสมารถถามถึงข้อมูลอื่น ๆ ได้อีกเช่น รูปภาพของผู้ที่ทำการซื้อขายในขณะที่ถือบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกโดยรัฐบาล เบอร์โทรศัพท์ และแม้กระทั่งสัมภาษณ์ผ่านทางวิดีโอ นี่อาจะดูว่าเป็นการละเมิด แต่เนื่องจากโบรกเกอร์ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ทำให้การตรวจสอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็น 

โบรกเกอร์บางรายอาจะไม่ถามถึงเอกสารหรือการยืนยันใด ๆ และข้ามขั้นตอนการตรวจสอบ KYC/AML โดยสิ้นเชิง ซึ่งนี่อาจดูน่าสนใจ เนื่องจากการตรวจสอบโดยพื้นฐาน ที่จะถามถึงข้อมูลส่วนบุคคลและบางครั้งอาจใช้เวลาหลายวันในกการทำให้เสร็จ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ดังกล่าว เนื่องจากโบรกเกร์เหล่านั้นอาจไม่ได้ลงทะเบียนกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และอาจเป็นการหลอกลวงที่จะเดินจากไปพร้อมกับเงินของคุณได้   

หลังจากลงทะเบียนและยืนยันเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าถึงสัญญาและการซื้อขายที่เสนอโดยโบรกเกอร์ได้ แต่อย่างไรก็ตาม บัญชีโบรกเกอร์จะต้องมีการฝากเงินเข้าไปก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งอาจทำได้ทั้งการฝากเงินผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิต/เดบิต ให้ไปที่ส่วนของการฝากเงินในบัญชีของคุณ เพื่อให้ทราบถึงวิธีการที่โบรกเกอร์สนับสนุน

ผู้ใช้งานสามารถเริ่มการซื้อขาย เมื่อฝากเงินไปยังบัญชีโบรกเกอร์แล้ว โดยแพลตฟอร์มเหล่านี้ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ เช่น สัญญาส่วนต่าง (CFD) CFD คือสัญญาตราสารอนุพันธ์ ที่ให้ผู้ที่ทำการซื้อขายเดิมพันบนความแตกต่างของมูลค่าในอนาคตของคริปโตเคอร์เรนซี โดยที่ผู้ซื้อขายจะเลือก long position หากคาดการณ์ว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อสัญญาถูกปิด หากราคาสินทรัพย์คริปโตมีการเพิ่มขึ้น บัญชีของนักลงทุนรายย่อยก็จะได้กำไร (หลักจากหักค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์แล้ว) ในกรณีที่ราคาตกลง บัญชีของนักลงทุนก็จะเสียเงิน   

ยังมีสัญญาประเภทอื่น ๆ อีกโบรกเกอร์อาจนำเสนอเช่น Option และ Future โบรกเกอร์ยังอาจนำเสนอตัวเลือก Leverage เพิ่มเติมในสัญญาอีกด้วย ซึ่งจะให้โอกาสในการทำกำไรเพิ่มมากขึ้น (และลดโอกาสในการสูญเสียด้วยเช่นกัน)

เมื่อปิดการซื้อขายและมีกำไรเกิดขึ้น ผู้ที่ทำการซื้อขายและนักลงทุนจะมีตัวเลือกในการถอนเงิน โดยขั้นตอนนั้นเรียบง่าย เพียงแค่ไปที่บัญชี และส่งคำร้องขอถอนไปยังบัญชีธนาคาร 

การใช้โบรกเกอร์ vs การแลกเปลี่ยน

ถึงแม้ว่าการซื้อขายในการแลกเปลี่ยนคริปโตและการใช้โบรกเกอร์จะทำงานบนหลักการเดียวกัน แต่ทั่งคู่ก็ยังมีความแตกต่างเป็นอย่างมากอยู่ 

ในการแลกเปลี่ยนคริปโต ผู้ซื้อขายจะทำการซื้อและขายเหรียญและโทเคนโดยตรง โดยคำสั่งจะถูกส่งไปที่ book และจะดำเนินการก็ต่อเมื่อมีคู่ที่ตรงกันเท่านั้น ส่วนโบรกเกอร์จะเสนอผลิตภัณฑ์ของตราสารอนุพันธ์ที่ผู้ใช้สามารถซื้อขายได้ และไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดเก็บคริปโตเคอร์เรนซีเลย 

การแลกเปลี่ยนจะเสนอบริการต่าง ๆ สำหรับคริปโตเคอร์เรนซีและมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้:  

  • กระเป๋าเงิน: ผู้ใช้งานจะต้องเก็บคริปโตไว้ในการแลกเปลี่ยน และโอนเพื่อการซื้อและขาย
  • การแลกเปลี่ยนส่วนมากจะมีข้อจำกัดของส่วนต่างที่รองรับ และกำหนดการฝากล่วงหน้าสำหรับคำสั่งซื้อและขาย

ในทางตรงกันข้าม โบรกเกอร์จะเสนอสัญญาต่าง ๆ : 

  • คำสั่งซื้อและขายง่าย ๆ ที่ตลาดพรีเมี่ยมสำหรับสภาพคล่องในทันที 
  • CFD สำหรับการทำกำไรของราคาในอนาคตของสินทรัพย์คริปโต ผู้ซื้อขายสามารถใช้ความแตกต่างของราคาในระหว่างตอนที่เปิดและปิดการซื้อขายได้ 
  • Option จะอนุญาตให้ปิดสัญญาก่อนหมดอายุได้ 
  • Leverage จะให้ยืมเงินเพื่อเพิ่มมูลค่าของสัญญาได้

การใช้โบรกเกอร์นั้นง่ายมาก ๆ แต่อย่างไรก็ตาม สัญญายังคงทำให้การซื้อขายมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินจำนวนมากได้ ดังนั้น ผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้บางอย่าง ก่อนที่จะทำการซื้อขายในคริปโตเคอร์เรนซีด้วย 

การซื้อขาย vs การซื้อ

ทั้งการซื้อขายและการซื้อให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันสำหรับผู้ที่ทำการซื้อขายและผู้ใช้งาน หากบุคคลใดสนใจในการถือคริปโตเคอร์เรนซี การซื้อก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด การแลกเปลี่ยนจะเตรียมคริปโตเคอร์เรนซีที่ต้องการให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีค่าบริการเพิ่มเติม จากนั้นคริปโตเคอร์เรนซีก็จะถูกฝากเข้าไปในกระเป๋าเงินของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถถอนไปยังกระเป๋าเงินภายนอกได้ สำหรับระยะสั้น การซื้อจะให้ความเป็นเจ้าของคริปโตเคอร์เรนซีแก่ผู้ใช้งาน 

ในทางตรงกันข้าม การซื้อขายไม่เคยให้ความเป็นเจ้าของคริปโตเคอร์เรนซี จะมีเพียงแค่สัญญาเท่านั้นที่ให้ผู้ใช้งานได้ใช้ข้อตกลงและปิดมัน จากนั้นเก็บกำไร (หรือเสีย) โดยการซื้อขายให้ประโยชน์ของการทำกำไร จากความผันผวนของราคาของคริปโต โดยที่ไม่ต้องมีความยุ่งยากในการเป็นเจ้าของสินทรัพย์คริปโต และเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดมากกว่าสำหรับหลาย ๆ คน 

สิ่งสำคัญในการพิจารณาเมื่อเลือกโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีที่ดีที่สุด

มีโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีออนไลน์มากมาย ที่ให้ผู้คนได้ซื้อหรือซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีได้อย่างง่ายดาย การเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่อาจมีความยากเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ยังมีบางแง่มุมที่จะต้องดู ก่อนที่จะทำการเลือก: 

  • ความน่าเชื่อถือ: โบรกเกอร์จะต้องน่าเชื่อถือ โบรกเกอร์ที่ดีจะลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่นและแสดงหมายเลขในการลงทะเบียนเสมอ 
  • วิธีการชำระเงิน: จะเป็นอย่างไรถ้าโบรกเกอร์นั้นดีและน่าเชื่อถือ แต่กลับไม่มีวิธีการชำระเงินที่ธนาคารท้องถิ่นของคุณรองรับ? โปรดตรวจสอบเกี่ยวกับช่องทางในการเชื่อมต่อกับธนาคารด้วย 
  • ค่าธรรมเนียม: โบรกเกอร์ทำกำไรได้ จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประเภทต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมไปถึง ค่าบริการเพิ่มเติม ดอกเบี้ยในสัญญา และยังอาจเรียกเก็บจากการฝากหรือการถอนอีกด้วย 
  • KYC/AML: ขึ้นอยู่กับขอบเขตอำนาจศาลของโบรกเกอร์ ที่อาจถามถึงการยืนยันง่าย ๆ หรือการยืนยันที่ซับซ้อนที่อาจใช้เวลาในการทำให้เสร็จสมบูรณ์ บางครั้งที่ตั้งของผู้ที่ทำการซื้อขายยังสามารถจำกัดประเภทของการซื้อขาย ที่อาจทำได้หรือไม่ได้รับการสนับสนุนโดยสิ้นเชิง 
  • สัญญา: ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่เสนอสัญญาทุกประเภท ตัวอย่างเช่น อาจมี CFD แต่ไม่มี option หรือ future เป็นต้น 
  • ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน: ถึงแม้ว่าโบรกเกอร์จะนำความยุ่งยากออกจากการซื้อขายให้ แต่ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งานอาจยังค่อนข้างซับซ้อนสำหรับบางคน โบรกเกอร์บางรายเสนอส่วนต่อประสานที่ง่ายกว่าสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์น้อยอีกด้วย

ข้อดีและข้อเสียของการใช้โบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซี

ข้อดี

ง่ายกว่าสำหรับผู้ซื้อขาย เนื่องจากโบรกเกอร์จะเป็นผู้ดูแลความยุ่งยากทั้งหมดของการซื้อขายเอง
ทางเลือกเงินตราสำหรับการชำระเงินที่ง่ายผู้ใช้งานสำหรับหน้าใหม่ในการใช้
สัญญาที่ให้ทำกำไรได้โดยไม่ต้องซื้อคริปโตเคอร์เรนซีจริง ๆ การซื้อขาย Leverage
การซื้อขายส่วนมากทำได้ในทันที เนื่องจากมีเพียงสัญญาที่จะถูกซื้อและขาย ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้คริปโตเคอร์เรนซี

จุดด้อย

การเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมในการซื้อทำให้คริปโตมีราคาแพง
ข้อจำกัดของตัวเลือกคริปโตที่มีมากกว่าการแลกเปลี่ยน
Leverage อาจนำไปสู่การสูญเสียจำนวนมากได้

ความคิดสุดท้าย

โบรกเกอร์ ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับผู้คน ที่ปรารถนาจะทำการซื้อขายมากกว่าการลงทุนในระยะยาว และเสนอวิธีการที่ง่ายกว่า โดยโบรกเกอร์จะเสนอผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์ ที่มีแนวโน้มไปทางผู้คนที่ต้องการทำกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี แต่ไม่ต้องการที่จะซื้อมันในตอนแรก Leverage ยังช่วยให้ผู้ซื้อขายทำกำไรได้มากกว่าที่พวกเขาจะทำได้จากการแลกเปลี่ยน ผู้ใช้งานจะต้องประเมินโบรกเกอร์คริปโตเคอร์เรนซีต่าง ๆ ในหลายปัจจัยเช่น การรักษาความปลอดภัย ความปลอดภัย การบริการลูกค้าและข้อบังคับ ก่อนที่จะเลือกแพลตฟอร์ม

คำถามที่พบบ่อย

  1. คำตอบคือ เหมาะ มีโบรกเกอร์มากมายที่จัดเตรียมสิ่งที่ต้องการสำหรับผู้ซื้อขายรายเล็ก และให้ตัวเลือกแบบอัตโนมัติในการทำให้การซื้อขายง่ายขึ้นด้วย
  2. หากสัญญาของคุณเกิดการสูญเสีย ท้ายที่สุดก็จะนำไปสู่มูลค่า ที่โบรกเกอร์จะร้องขอให้คุณฝากเงินเพิ่มไปยังสัญญา หรือเสี่ยงไปกับสภาพคล่อง ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์จะมี margin ที่ต้องการของตัวเอง
  3. โดยทั่วไป โบรกเกอร์จะชำระหนี้ position ของคุณด้วย margin call และจะไม่ปล่อยให้จำนวนเงินคงเหลือของคุณต่ำกว่าศูนย์ ทางที่ดีที่สุดคือ การปรึกษากับโบรกเกอร์ของคุณก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อขาย
  4. Futures จะมีการผูกมัดกับเวลาของสัญญาที่จะหมดอายุเมื่อครบกำหนด ส่วน Perpetuals คือรูปแบบของ Future แต่ไม่มีวันหมดอายุ
  5. สัญญาที่ใช้ในการเดิมพันว่า คริปโตเคอร์เรนซีจะมีมูลค่าตกลง จะเรียกว่า short position
  6. ในทุกวันนี้ มีแพลตฟอร์มการซื้อขายมากมายที่เสนอทั้งบริการการแลกเปลี่ยนและโบรกเกอร์
  7. โปรดสอบถามโบรกเกอร์ของคุณ ว่ามีกลไกใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่ โบรกเกอร์บางรายไม่เสนอการปกป้องใด ๆ ในราคาที่แกว่งไปมาในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งทำให้สัญญามีความเสี่ยงมากกว่า
  8. เนื่องจากตลาดคริปโตไม่เคยหลับใหล โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จึงเสนอการซื้อขายตลอดเวลาและทุกวัน
เราใช้คุกกี้เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาส่วนบุคคล จัดเตรียมคุณลักษณะโซเชียลมีเดีย และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับคุณ ในการเรียกดูเว็บไซต์ต่อหรือคลิก "ตกลง ขอบคุณ" แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้